สื่อสหรัฐฯเตือนนักท่องเที่ยว ขณะนี้เจ้าพนักงานสหรัฐฯมีสิทธิ์เต็มที่ในการจับ-ยึดคอมพิวเตอร์พกพา บริเวณจุดตรวจสิ่งของเข้าแดนสหรัฐฯแบบไม่มีกำหนด ผลจากมาตรการรักษาความมั่นคงฉบับปรับปรุง ซึ่งกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) เปิดฉากแถลงรายละเอียดแก่สาธารณชนเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จุดนี้ พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน เชื่อว่าในทางปฏิบัติ จะเป็นการให้อำนาจเจ้าพนักงานในการยึดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่สุ่มตัวอย่าง ขึ้นมาเท่านั้น ไม่ถึงขั้นเปิดฉากยึดอย่างจริงจังอย่างที่หลายฝ่ายหวั่นใจ
การให้สิทธิ์เจ้าพนักงานยึดคอมพิวเตอร์พกพาของรัฐบาลสหรัฐฯนั้นเป็น ส่วนหนึ่งของนโยบายตรวจค้นเพื่อความปลอดภัยก่อนเดินทางเข้าประเทศ รัฐบาลสหรัฐฯประกาศว่าต้องการขยายการตรวจสอบให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ คอมพิวเตอร์พกพา โทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่นเพลงพกพา และอุปกรณ์เก็บข้อมูลอื่นๆ เช่น ฮาร์ดไดร์ฟพกพา เพื่อป้องกันการก่อการร้าย ปราบปรามการขนถ่ายสินค้าผิดกฎหมาย และการทำธุรกิจภาพลามกอนาจารเด็กได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯมีอำนาจในการตรวจค้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้อยู่ แล้ว โดยนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเคยถูกแจ้งว่า ไม่สามารถรับคืนคอมพิวเตอร์พกพาเครื่อง นั้นให้ได้เพราะเหตุผลบางประการ อย่างไรก็ตาม แถลงการของรัฐบาลสหรัฐฯระบุว่า การให้อำนาจยึดคอมพิวเตอร์พกพาจะทำให้การตรวจสอบข้อมูลประสงค์ร้ายทำได้ สมบูรณ์มากกว่าเดิม
พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักงานคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าเป็นเพราะสหรัฐอเมริกากำลังตื่นตัวเรื่องการปราบปราม ธุรกิจภาพลามกอนาจารเด็ก คำสั่งนี้อาจทำให้การปราบปรามมีประสิทธิภาพมากขึ้นจริง แต่การตรวจยึดคอมพิวเตอร์พกพาอย่างจริงจังจะทำให้เกิดเหตุโกลาหลแน่นอน
” ถ้ามีการยึดเครื่องจริงคงโกลาหล คนจำนวนมากต้องพกคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กไปทำงาน พวกนี้ถูกยืดเครื่องไปแล้วจะทำยังไง จริงๆเรื่องปราบธุรกิจภาพลามกอนาจารเด็กมีมานานแล้วในยุโรป และไม่มีการปราบเข้มเท่าที่อเมริกาทำ” พ.ต.อ.ญาณพลเชื่อว่าสหรัฐฯเพิ่งตื่นตัวในเรื่องนี้ “ในความเป็นจริงก็คงแค่สุ่มตัวอย่าง เป็นการให้อำนาจในการยึดแต่ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตายึดจริงจัง”
รัฐบาลสหรัฐฯระบุว่า อำนาจการยึดจะเป็นของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรและป้องกันเขตแดนสหรัฐฯหรือ U.S. Customs and Border Protection โดยอนุญาตให้เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ส่งต่อและแชร์เอกสารอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ ให้กับเจ้าพนักงานรายอื่นได้ จุดนี้ พ.ต.อ.ญาณพลมองว่ามีช่องโหว่ที่ประชาชนทั่วไปเสียเปรียบ
“ถ้าในคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นมีสูตรลับทางเคมี หรือมีข้อมูลอะไรสำคัญมากๆแล้วเกิดหลุดไป ใครจะรับผิดชอบ”
เอกสารของกระทรวง DHS ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนาหูจากนักกฎหมายและกลุ่มรักษาสิทธิมนุษยชน เนื่องจากคอมพิวเตอร์เหล่านี้ย่อมประกอบไปด้วยข้อมูลส่วนตัวเช่น ข้อมูลครอบครัว การเงิน หรือสุขภาพ ข้อมูลในคอมพิวเตอร์เหล่านี้นำไปคัดลอกได้ง่ายมาก เท่ากับว่าความเป็นส่วนตัวของประชาชนมีโอกาสถูกรุกล้ำสูง
และ อีกสิ่งที่นักมนุษยชนวิจารณ์มาตรการใหม่อย่างหนักคือ ข้อบังคับที่ระบุว่า เจ้าพนักงานศุลกากรจะสามารถวิเคราะห์ข้อมูลในคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้โดย ที่เจ้าของไม่จำเป็นต้องถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ากระทำผิด โดยประณามว่ามาตรการใหม่จะทำให้ความหมายของการค้นและการตรวจยึดกลายเป็น เรื่องเดียวกัน ซึ่งมีส่วนเปิดทางให้เจ้าพนักงานขโมยข้อมูลส่วนตัวจากคอมพิวเตอร์พกพาได้ ง่ายขึ้นต่างหาก
สำหรับประเทศไทย พ.ต.อ.ญาณพลบอกว่ายังไม่มีมาตรการตรวจสื่อเก็บ
ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยประเทศไทยเน้นการตรวจสิ่งของที่มีสารต้องห้ามมากกว่า
http://rcm.amazon.com/e/cm?t=booktoschool20&o=
วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น